by third

ลดสารพิษเพื่อสุขภาพด้วยสมุนไพร

November 30, 2012 in Uncategorized by third

คลิกเพื่อดูขนาดจริง

คนเมืองพึงระวังเรื่องสุขภาพ เพราะท่านอยู่ในกลุ่มที่สะสมสารพิษ โรคภูมิแพ้จากสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้ง่าย

คนเมืองเป็นกลุ่มชนที่อาศัยอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษ ทั้งด้านอากาศ อาหาร น้ำ และร่างกายต้องสะสมสิ่งแปลกปลอมที่เป็นสารพิษเข้าสู่ร่างกายเป็นประจำทุกวัน ทำอย่างไรคนเมืองจึงจะมีทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ดีได้ ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เลือกไม่ได้เช่นนี้

สิ่งหนึ่งที่อยากแนะนำคือใช้สมุนไพรเพื่อการดูแลสุขภาพ ซึ่งสมุนไพรดังกล่าวนี้มีสรรพคุณตามตำราการแพทย์แผนไทยช่วยในการล้างพิษ น่าที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในรูปเครื่องดื่มประจำวัน หรือใช้ในการอาบอบเพื่อช่วยขับพิษในร่างกายได้

สมุนไพรที่มีสรรพคุณในการล้างพิษที่น่าสนใจมีอยู่หลายตัว เป็นสมุนไพรที่มีรสจืด จากการสอบถามหมอพื้นบ้านหลายท่านที่มีประสบการณ์ในการรักษาผู้ที่กินยาฆ่าแมลง หรือเกษตรกรที่เจ็บป่วย เพราะใช้สารพิษหรือสารเคมีทางการเกษตร รวมถึงผู้ที่ติดยาเสพติด หมอพื้นบ้านใช้สมุนไพรในกลุ่มนี้รักษาซึ่งใช้ได้ผลดี ดังนั้นแม้คนในเมืองจะไม่ไช่กลุ่มคนที่เผชิญกับสารเคมีโดยตรงอย่างเกษตรกร แต่ในกระบวนการบริโภคนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพืชผักที่นำมาประกอบอาหารนั้น ล้วนแต่ผ่านการปลูกด้วยการฉีดยาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมีเช่นกัน นอกจากนี้วิถีชีวิตประจำวันยังดูดซับสารพิษจากมลภาวะทางอากาศอีกเป็นประจำ จึงอยากเสนอทางเลือกในการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพร เพื่อช่วยลดสารพิษในร่างกาย

รางจืด

เป็นสมุนไพรที่รู้จักกันกว้างขวางในเรื่องสรรพคุณช่วยลดสารพิษ โดยเฉพาะบรรดาคอเหล้าทั้งหลายมักนิยมนำไปต้มดื่มเพื่อแก้อาการเมาค้างหรือ ถอนพิษเมาค้าง นอกจากรางจืดตัวนี้แล้ว ยังมีว่านรางจืดอีกตัวที่นิยมอมก่อนไปกินเหล้า เพราะเชื่อว่าจะช่วยให้ไม่เมาเหล้า (แล้วจะกินไปทำไมก็ไม่รู้ให้เปลืองเงิน)

นอกจากนี้ ชาวบ้านตามชนบททั่วไปยังใช้ถอนพิษเมาเบื่อจากเห็ด โดยส่วนมากชาวชนบทมักจะนิยมเก็บเห็ดไปทาน โดยบางคนก็ไม่มีความรู้ว่าเห็ดที่ตนเก็บมานั้นกินได้หรือไม่ ด้วยเหตุนี้เองที่เรามักพบข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ว่ามีคนกินเห็ดจนต้องเข้า โรงพยาบาลล้างท้องทุกปี แต่หมอพื้นบ้านเขาต้มล้างจืดให้ดื่มแก้ทางกันไม่นานอาการก็ดีขึ้น

สรรพคุณของรางจืดตามตำราใช้รากและเถามาปรุงเป็นยาถอนพิษ แก้พิษเบื่อเมา แก้พิษไข้ หรือใช้เป็นยาแก้ร้อนในกระหายน้ำ ส่วนมากจะพบตามร้านขายยาหรือหมอพื้นบ้านที่ใช้รากหรือเถา แต่โดยทั่วไปนั้นจะใช้ใบรางจืดตากแห้งต้มดื่มหรือชงดื่มเป็นชา

งานวิชาการหรืองานวิจัยเกี่ยวกับรางจืดยังไม่พบมากนัก จริง ๆ แล้วถ้ามีการส่งเสริมการวิจัยสมุนไพรตัวนี้ให้สามารถใช้ได้ ศึกษาเพิ่มเติมทางคลินิกถึงความปลดภัย น่าจะมีอนาคตไกล ที่สำคัญคุณสมบัติอย่างนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของประชาชนด้วย

วิธีใช้ คัดเลือกใบแก่ ล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ตากแดดหรืออบให้แห้ง ใช้ต้มดื่มหรือชงแบบชาเป็นประจำเช้า-เย็น วันละ 1 แก้ว

ย่านาง

เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่รู้จักโดยทั่วไป แต่จะเป็นชาวชนบทส่วนใหญ่ที่ใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรชนิดนี้ ในตำรายาแผนไทยย่านางเป็นหนึ่งในตำรายาเบญจโลกวิเชียรหรือยาห้าราก ที่มีสรรพคุณโดดเด่นในการถอนพิษไข้

ย่านางมีชื่อเรียกหลายชื่อ เถาย่านาง เถาวัลย์เขียว หญ้าภคินี ปู่เจ้าเขาเขียว ผักจอยนาง เป็นผักพื้นบ้านอีกชนิดที่มีคุณค่าทางโภชนาการคือมีวิตามินเอและแคลเซียมสูงมาก ๆ และการประกอบอาหารที่ใช้น้ำคั้นจากย่านางนี้เพื่อเป็นการฆ่าฤทธิ์ของสารบางตัวที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ช่วยลดฤทธิ์ขมเฝื่อน ช่วยให้หน่อไม้มีรสชาติหวานอร่อยขึ้น ในขี้เหล็กก็เช่นกัน

ประโยชน์ทางยานั้นจะใช้ราก ซึ่งมีรสจืด ใช้แก้ไข้ทุกชนิด เช่น ไข้ผิดสำแดง คือ อาการไข้ที่เกิดจากการกินอาหารที่เป็นพิษต่อร่างกาย ไข้พิษ ไข้เหนือ ถือเป็นยากระทุ้งพิษหรือขับพิษไข้ โบราณใช้ใบย่านางต้มกับใบรางจืดให้ผู้ป่วยดื่มและใช้เช็ดตัวเพื่อแก้ไข้ตัวร้อน

ปัจจุบันย่านางได้รับความนิยมสูงในการนำมาดูแลสุขภาพ ลดความร้อนในร่างกาย โดยเอาน้ำคั้นใบย่านางดื่มหรืออาจคั้นร่วมกับสมุนไพรอื่น ๆ ที่มีฤทธิ์ยาเย็นเหมือนกัน เช่น ใบเตย ผักบุ้ง

ผักบุ้งไทย

เป็นผักพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณโดดเด่นแก้พิษถอนพิษ หมอพื้นบ้านหลายท่านแนะนำให้ใช้น้ำต้มผักบุ้งดื่มเพื่อล้างสารพิษจากยาฆ่าแมลง หรือในตำรับยาอบและอาบสำหรับรับบำบัดผู้ติดยาเสพติดก็จะมีผักบุ้งเป็นตัวยาหลัก

ผักบุ้งมีหลายชนิด แต่บ้านเราทั่วไปนิยมบริโภคผักบุ้งจีนเพราะมีสีเขียวอวบ น่ารับประทานและรสชาติค่อนข้างจะหวานกว่าเล็กน้อย แต่ผักบุ้งบ้านเรารสชาติค่อนข้างเฝื่อน นิยมรับประทานแกล้มส้มตำมะละกอ หรือลวกจิ้มน้ำพริก

สรรพคุณตามตำรายาระบุว่า รากผักบุ้งมีรสจืดเฝื่อน แก้ถอนพิษผิดสำแดง ส่วนลำต้นและใบ มีรสเย็นถอนพิษเบื่อเมา นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณเป็นยาฆ่าเชื้อ สามารถรักษาแผลเป็นหนองได้ และลดอาการคันจากพิษแมลงกัดต่อยได้ด้วย

ในแต่ละมื้อมีผักบุ้งไทยสัก 1 กำมือ รับประทานแกล้มน้ำพริกเป็นประจำทุกวัน ถ้าไม่รับประทานสดก็อาจต้ม แล้วนำน้ำต้มนั้นอย่าทิ้งเด็ดขาด ใช้ดื่มล้างพิษได้ ถ้ารับประทานผักบุ้งทุกวันก็ช่วยลดสารพิษในร่างกายได้แล้วจะในรูปผักสดหรือ ต้มดื่มน้ำก็ใช้ได้ประโยชน์ทั้งสองทาง

by third

มะหาด ขับพยาธิลำไส้

November 30, 2012 in Uncategorized by third

คลิกเพื่อดูขนาดจริง

พยาธิลำไส้ คำนี้อาจไม่คุ้นหูคนปัจจุบัน แต่เมื่อ 30-40 ปีก่อน แทบไม่มีใครไม่รู้จัก พยาธิเส้นด้าย พยาธิไส้เดือน พยาธิตัวตืด และอีกหลายๆพยาธิ ภาพที่เห็นจนชินตาตามงานวัดหรือตลาดนัด คือ พ่อค้าเร่ขายยา รายล้อมไปด้วยขวดโหลขนาดเขื่อง อัดแน่นไปด้วยหนอนพยาธิตัวอวบอ้วนหลากหลายชนิด ชวนให้สยดสยองไม่น้อยเมื่อนึกถึงว่า เจ้าสัตว์เหล่านี้ อาศัยอยู่ในท้องของเราเอง นับเป็นอุบายขายยาที่ได้ผลยิ่ง

โรคพยาธิลำไส้ เกิดจากการกินอาหารที่ปนเปื้อนด้วยไข่พยาธิ ซึ่งต่อมาฟักเป็นตัวภายในทางเดินอาหารของคน การที่พยาธิเหล่านี้ สามารถเจริญเติบโตอยู่ได้ โดยไม่ถูกเบียดขับออกจากร่างกาย ไปกับอุจจาระ เป็นเพราะมีกลไกพิเศษ ที่ทำให้ส่วนหัวของมันเกาะติดกับผนังลำไส้ได้อย่างเหนียวแน่น เจ้าสัตว์เหล่านี้ ดูดกินสารอาหารจากหลอดเลือดที่หล่อเลี้ยงลำไส้ ส่งผลให้ร่างกายขาดสารอาหาร ผ่ายผอม เลือดจาง อ่อนแอ และถ้าพยาธิเหล่านี้มีจำนวนมาก ก็อาจรวมตัวเป็นก้อน อุดตันลำไส้ หรือท่อน้ำดี ทำให้อันตรายยิ่งขึ้นไปอีก

การขจัดพยาธิเหล่านี้ออกไปจากร่างกาย เพียงทำลายกลไกที่พวกมันใช้เกาะเกี่ยวลำไส้ของคน เมื่อไม่สามารถเกาะกับลำไส้ได้ ก็จะถูกย่อยและขับออกจากร่างกายในที่สุด ในสมัยก่อน “ไม่มี” ยาถ่ายพยาธิที่เป็นเคมี แต่คนไทยเราก็มียาสมุนไพรหลายชนิด ใช้ขับพยาธิ์ลำไส้ได้ผลดี หนึ่งในนั้นคือ “มะหาด” ต้นไม้พื้นบ้านที่พบได้ในป่าทุกภาคของไทย

มะหาด หรือบางที่เรียก “ขนุนป่า” เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงราวตึก 2-3 ชั้น ใบเดี่ยวรูปวงรีขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือเล็กน้อย โคนและปลายใบแหลม ขอบใบหยักละเอียด มีขนสั้นๆที่ผิวใบทั้งสองด้าน ดอกเป็นช่อ แยกเพศ ผลเป็นผลรวม ผิวขรุขระ รับประทานได้ มีรสหวานอมเปรี้ยว มีเมล็ดขนาดเท่าเมล็ดแตงโม 20-30 เมล็ด มะหาดมีเนื้อไม้หยาบ แข็ง เหนียว ทนทาน ใช้ก่อสร้าง ทำเครื่องเรือน รากใช้ย้อมผ้าให้สีเหลือง

แก่นไม้มะหาด เมื่อทำเป็นเครื่องยาแล้ว เรียกว่า ปวกหาด ผงปวกหาด เตรียมได้โดยต้มเคี่ยวแก่นมะหาดด้วยน้ำ ช้อนฟองขึ้นมาตากแห้งได้ผงสีขาวนวล ปั้นเป็นก้อน นำไปย่างไฟ จนเป็นสีเหลือง ได้เครื่องยาที่เรียกว่า “ปวกหาด” การแพทย์ไทยระบุว่า ผงปวกหาด มีสรรพคุณ ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิไส้เดือน พยาธิตัวตืด แก้ท้องอืดเฟ้อ แก้กระษัย แก้เบื่ออาหาร แก้กระหายน้ำ แก้ฝีในท้อง แก้ปวด แก้ลม ขับโลหิต แก้ปัสสาวะกะปริบกะปรอย

สำหรับการถ่ายพยาธิ ใช้ผงปวกหาดแห้ง 1- 2 ช้อนชา ผสมน้ำสุกที่เย็นแล้ว ราวครึ่งแก้ว บีบน้ำมะนาวเล็กน้อย กินก่อนอาหารเช้า ห้ามใช้น้ำร้อนเพราะอาจทำให้คลื่นไส้อาเจียนได้ และถ้าต้องการเห็นตัวพยาธิ หลังจากกินยาผงมะหาดแล้วราว 2 ชั่วโมง ให้ละลายดีเกลือ 3 ช้อนโต๊ะ ในน้ำ 1-2 แก้ว ดื่มตาม เพื่อถ่ายตัวพยาธิออกมา

ยาถ่ายพยาธิปวกหาดนี้ ใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ บางรายอาจมีอาการแพ้ ผิวหนังเป็นผื่นแดง คัน และอาจมีไข้ร่วมด้วย แต่อาการเหล่านี้ไม่รุนแรงและหายไปเองใน 1-2 วัน

การใช้ปวกหาดถ่ายพยาธิ แม้ว่าได้ผลดี แต่ก็มีความยุ่งยากในการเตรียมยาอยู่พอสมควร จึงถูกแทนที่ด้วยยาถ่ายพยาธิที่เป็นเคมี ด้วยหาซื้อได้ง่าย ใช้สะดวก ผลข้างเคียงน้อย มะหาด ในฐานะพืชที่ให้ยาขับพยาธิ จึงถูกลืมเลือนไป

มะหาด กลับมาเป็นที่รู้จักแพร่หลายอีกในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในหมู่คนหนุ่มสาว ที่มีค่านิยมการมีผิวขาว ด้วยมีการวิจัยพบว่า สารสกัดจากไม้มะหาด มีฤทธิ์ลดการสร้างเม็ดสีผิวหนัง เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของมะหาด จึงเป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ที่อยากมีผิวขาว

คนปัจจุบัน รู้จักชื่อมะหาด ก็ในฐานะที่เป็นสมุนไพรช่วยให้ผิวขาวเท่านั้น ไม่ใส่ใจสรรพคุณอื่นๆ หรือรู้จักหน้าตาของไม้มากประโยชน์นี้แต่อย่างใด มะหาดต้นเก่าแก่ข้างอาคารสำนักงานที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จึงถูกมองข้ามจากผู้คนที่ผ่านไปมา เห็นเป็นเพียงไม้ยืนต้นดาดๆเท่านั้น

ความเจริญทางการแพทย์และสาธารณสุข ทำให้วงจรชีวิตของเหล่าพยาธิถูกตัดตอน เราไม่ต้องกังวลกับโรคพยาธิลำไส้มากเหมือนในอดีตอีกต่อไป แต่เมื่อเหลียวมองรอบๆตัวเรา คนที่มีพฤติกรรมเช่นพยาธิลำไส้ แย่งชิงโภคทรัพย์ของสังคม โดยอาศัยกลไกพิเศษผูกมัดฐานะตนเองไว้ ยังคงมีให้พบเห็นได้โดยทั่วไป ได้แต่ทอดถอนใจว่า เมื่อไหร่หนอ สุจริตชนจะพ้นจากพยาธิสังคมเหล่านี้ได้เสียที

by third

สรรพคุณสมุนไพรไทย โด่ไม่รู้ล้ม

November 14, 2012 in Uncategorized by third

คลิกเพื่อดูขนาดจริง

โด่ไม่รู้ล้ม ที่มักจะนิยมมาทำเป็นยารักษาโรคก็คือ ต้น ราก ใบ และบ่อยครั้งที่มัก จะมีคำถามว่า โด่ไม่รู้ล้มพันธุ์ไม้สมุนไพรใช้รากทำยาอะไร วันนี้เราก็มีคำตอบมาฝากกัน
สรรพคุณ / ประโยชน์ โด่ไม่รู้ล้ม

- รากและใบ นำมารวมกันต้มเป็นยาแก้ไข้ ขับปัสสาวะ แก้อาการท้องร่วง แก้บิด กระเพาะเป็นแผล บรรเทาอาการ อาการเจ็บหน้าอก กินแก้กามโรคในสตรี เป็นยาปฏิชีวนะก็ได้

- ต้น ถ้านำมาต้มทั้งต้นเลยจะเป็นยาแก้ไอ วัณโรค แก้อักเสบ แก้ไข้ ห้ามเลือดกำเดา เป็นยาฝาดสมาน เหน็บชา นิ่ว ท้องมาน ใช้บำรุงหัวใจก็ได้ หรือขับน้ำเหลืองเสีย

- ใบ นำมาสด ๆ มาต้มกับน้ำมะพร้าวใช้รักษาโรคผิวหนังหรือแผลต่าง ๆ

- ลำต้นและใบ เอามาต้มรวมกันจะเป็นยาบำรุงเลือดได้ดีมากทำให้อยากอาหาร เหมาะสำหรับสตรีที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ

- ราก ถ้าตำผสมกับพริกไทยจะแก้อาการปวดฟันหรือนำมาต้มรับประทานหลังคลอดบุตรแก้อาเจียนได้

ข้อห้ามใช้
ผู้หญิงที่มีครรภ์ห้ามรับประทานหรือผู้ที่กลัวหนาวแขนขาเย็น

ตำรับยา
1. เลือดกำเดาออก ให้ใช้ต้นสด 30-60 กรัมต้มกับเนื้อหมูแดงพอประมาณแล้วทานติดต่อกัน 3-4 วัน (ถ้าเป็นต้นแห้งให้ใช้ 10-15 กรัม)

2. โรคดีซ่าน ใช้ต้นสด 120-240 กรัม ต้มกับเนื้อหมูกินติดต่อกัน 4-5 วัน

3. ท้องมาน ใช้ต้นสด 60 กรัม นำมาต้มกับน้ำดื่มเช้าเย็นหรือตุ๋นกับเนื้อหมูทานก็ได้

4. เหน็บชา ใช้ต้นสด 30-50 กรัม ผสมกับเต้าหู้ 60-120 กรัม หรือตุ๋นนำมาทานแก้ได้

5. ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ใช้ต้นสด 30 กรัมต้มผสมน้ำดื่ม

6. นิ่ว ใช้ต้นสด 90 กรัม ต้มผสมกับเนื้อหมู 120 กรัม ใส่เกลือเล็กน้อยทาน 4 ครั้ง

7. ทอนซิลอักเสบหรือเจ็บคอ ให้ใช้ต้นที่แห้ง 6 กรัมนำมาแช่น้ำร้อน 300 มล. ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วดื่ม หรืออาจทำเป็นเม็ดทานก็ได้

8. ฝีบวมหรือฝีหนอง ใช้ต้นสดตำใส่เกลือ และน้ำส้มสายชู นำไปพอกตรงบริเวณที่เป็นนั้น

ข้อมูลทางคลีนิค

1. อักเสบจากการติดเชื้อชนิดต่าง ๆ โดยใช้สารสกัดความเข้มข้น 3 กรัม/มล. ฉีดเข้ากล้ามเนื้อครั้งละ 2 มล. วันละ 2-3 ครั้งในคนไข้ 112 รายซึ่งหลอดลมอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ลำไส้อักเสบ ฯลฯ พบว่าได้ผลดี 68 ราย ดีขึ้นชั่วคราว 38 ราย ไม่ได้ผลเลย 6 ราย
2. แผลเปื่อยในปาก ใช้ต้นแห้ง 30 กรัม ต้มน้ำดื่มวันละครั้ง ในคนไข้ 22 ราย หายจากอาการ 18 รายเฉลี่ยแล้วอาการดีขึ้นคือ 3 วันและติดตามมาเป็น 3 เดือน ผลปรากฏว่าผู้ป่วยทุกคนไม่มีอาการเกิดขึ้นอีก แต่พบว่ามีอาการรู้สึกไม่สบายท้อง
ข้อมูลทางเภสัชวิทยา
ส่วนสกัดจากต้นด้วยแอลกอฮอล์ มีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย Staphyloeocccus